การพัฒนาหัตถศิลป์พื้นบ้านเพื่อยกระดับเศรษฐกิจครัวเรือนแบบพึ่งพาตนเองตามแนวพุทธในพื้นที่ตำบลสวนแตง อำเภอเมืองสุพรรณบุรี

การพัฒนาหัตถศิลป์พื้นบ้านเพื่อยกระดับเศรษฐกิจครัวเรือนแบบพึ่งพาตนเองตามแนวพุทธในพื้นที่ตำบลสวนแตง อำเภอเมืองสุพรรณบุรี


ผู้วิจัย: ผศ. ดร.อรชร ไกรจักร์ , พระเมธีวรญาณ, ผศ. ดร., รศ. ดร.เเม่ชีกฤษณา รักษาโฉม, พระมหาวรัญธรณ์ ญาณกิตฺติ (ศรีขุ้ย), นางสาว จรัสลักษณ์ ทองโอฬาร
สังกัด: บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
อีเมล: pu_2556@yahoo.com
แหล่งทุน: สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.)
ที่มา: รายงานการวิจัยฉบับสมบูรณ์

องค์ความรู้

       การวิจัยครั้งนี้ได้พัฒนาหัตถศิลป์พื้นบ้านเพื่อยกระดับเศรษฐกิจครัวเรือนแบบพึ่งพาตนเองตามแนวพุทธในตำบลสวนแตง ใช้การวิจัยเชิงปฏิบัติการ (Action Research) ตามแนวคิดของ  แนวคิดของ Gerald Susman 4 ขั้นตอน ได้แก่ (1) การวินิจฉัยปัญหา (Diagnosing)  ศึกษาสภาพปัญหาและความต้องการในการพัฒนาหัตถศิลป์พื้นบ้านในตำบลสวนแตง ด้วยการสนทนากลุ่มร่วมกับผู้เข้าร่วมสนทนากลุ่ม  12 คน และศึกษาเอกสารที่เกี่ยวข้อง  (2) การวางแผนปฏิบัติการ (Action plan) ดำเนินการสร้างสรรค์โมเดลเชิงกระบวนการการพัฒนาหัตถศิลป์พื้นบ้านเพื่อยกระดับเศรษฐกิจครัวเรือนแบบพึ่งพาตนเองตามแนวพุทธ และนำโมเดลเชิงกระบวนการมาเป็นกรอบในการจัดทำแผนปฏิบัติการ (3) การปฏิบัติตามแผน (Taking Action) นำแผนปฏิบัติการลงสู่การปฏิบัติเพื่อพัฒนาหัตถศิลป์พื้นบ้านเพื่อยกระดับเศรษฐกิจครัวเรือนแบบพึ่งพาตนเองตามแนวพุทธในตำบลสวนแตง โดยมีชาวบ้านเข้าร่วมกิจกรรม 17 คน  (4) การประเมิน (Evaluation) ขอความร่วมมือให้ชาวบ้าน 17 คน ประเมินผลลัพธ์การพัฒนาหัตถศิลป์พื้นบ้านสำหรับยกระดับเศรษฐกิจครัวเรือนแบบพึ่งพาตนเองตามแนวพุทธในตำบลสวนแตง  พร้อมกับ เปิดพื้นที่ให้ชาวบ้านได้แสดงออกถึงความรู้สึกภายในจิตใจที่เกิดขึ้นระหว่างการเข้าร่วมกิจกรรมผ่านการสนทนาเพื่อร่วมกันค้นหาความสำเร็จที่มีความหมายจากกระบวนการเรียนรู้ร่วมกัน จากการดำเนินงานวิจัยดังที่กล่าวมาทั้งหมด สามารถสังเคราะห์เป็นกระบวนการพัฒนาหัตถศิลป์พื้นบ้านเพื่อยกระดับเศรษฐกิจครัวเรือนแบบพึ่งพาตนเองตามแนวพุทธได้ดังนี้

       กระบวนการพัฒนาหัตถศิลป์พื้นบ้านเพื่อยกระดับเศรษฐกิจครัวเรือนแบบพึ่งพาตนเองตามแนวพุทธ มี 3 ขั้นตอนหลัก ดังนี้

  1. ต้นน้ำ การศึกษาสภาพปัญหาและความต้องการในการพัฒนาหัตถศิลป์พื้นบ้าน ดำเนินการด้วยการสำรวจสภาพปัญหาของการพัฒนาหัตถศิลป์พื้นบ้านครอบคลุม 3 ประเด็น ได้แก่ สภาพปัญหา สาเหตุของปัญหา ผลกระทบของปัญหา สำรวจความต้องการของชาวบ้านในการพัฒนาหัตถศิลป์พื้นบ้าน พร้อมกันนั้น สำรวจสภาพปัจจุบันเศรษฐครัวเรือนครอบคลุม 4 ด้าน ได้แก่ ได้แก่ รายได้ รายจ่าย หนี้สิน เงินออม เหตุผลและความจำเป็นในการสำรวจประเด็นข้างต้นก็เพื่อทราบว่า สภาพปัจจุบันเศรษฐกิจครัวเรือนเป็นอย่างไร และจะพัฒนาหัตถศิลป์พื้นบ้านอย่างไรเพื่อยกระดับเศรษฐกิจครัวเรือนได้
  2. กลางน้ำ การพัฒนาหัตถศิลป์พื้นบ้านเพื่อยกระดับเศรษฐกิจครัวเรือนแบบพึ่งพาตนเองตามแนวพุทธใช้ C – A – M Model เป็นกรอบในการพัฒนา C – A – M Model หรือ โมเดลเชิงกระบวนการการพัฒนาหัตถศิลป์พื้นบ้านเพื่อยกระดับเศรษฐกิจครัวเรือนแบบพึ่งพาตนเองตามแนวพุทธ มี 3 ขั้นตอนดังนี้

 ขั้นตอนที่ 1 C = Creation (การสร้างสรรค์หัตถศิลป์พื้นบ้าน )เป้าหมายของขั้นตอนนี้ คือ เพื่อพัฒนาหรือสร้างสรรค์หัตถศิลป์พื้นบ้านให้มีคุณภาพ มีเอกลักษณ์เฉพาะที่สะท้อนวัฒนธรรมของท้องถิ่น และสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ โดยดำเนินการตามลำดับดังนี้ (1) การเตรียมวัสดุ โดยคัดสรรวัสดุจากท้องถิ่นที่เหมาะสมกับประเภทของหัตถศิลป์พื้นบ้าน เลือกวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ลดผลกระทบต่อธรรมชาติ พร้อมกับพิจารณาคุณภาพ ความทนทาน และ     ความงามของวัสดุ เพื่อให้ชิ้นงานหัตถศิลป์พื้นบ้านมีคุณค่าและสามารถแข่งขันในตลาดได้ (2) การสร้างสรรค์หัตถศิลป์พื้นบ้านด้วยความเพียรพยายาม มีสมาธิจดจ่ออยู่กับการตกแต่งหัตถศิลป์พื้นบ้านให้สวยงาม มีคุณภาพ สะท้อนอัตลักษณ์วัฒนธรรมชุมชนและสามารถสนองความต้องการของลูกค้าได้

ขั้นตอนที่ 2 A = Advancement (การขับเคลื่อนสู่การตลาด) เป้าหมายของขั้นตอนนี้คือ    เพื่อขับเคลื่อนสินค้าหัตถศิลป์พื้นบ้านเข้าสู่ระบบตลาด ทั้งนี้เพื่อให้สินค้าหัตถศิลป์พื้นบ้านสามารถดำรงอยู่ในระบบเศรษฐกิจได้อย่างยั่งยืน โดยดำเนินการตามลำดับดังนี้ (1) การกำหนดราคาที่เหมาะสมและเป็นธรรม คำนึงถึงต้นทุนที่แท้จริงและคุณค่าของหัตถศิลปพื้นบ้าน ไม่เอาเปรียบลูกค้า (2) การวางช่องทางจัดจำหน่าย โดยสร้างช่องจำหน่ายแบบหน้าร้านและแบบออนไลน์เพื่อให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงสินค้าหัตถศิลป์พื้นบ้านได้อย่างสะดวกรวดเร็ว (3) การจำหน่ายสินค้าแก่ลูกค้าด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ไม่คดโกงลูกค้า พร้อมกับใช้ภาษาที่สุภาพในการให้ข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าหัตถศิลป์พื้นบ้านอย่างตรงไปตรงมา เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความสัมพันธ์กับลูกค้าในระยะยาว

ขั้นตอนที่ 3 M = Management (การบริหารจัดการการเงิน) เป้าหมายของขั้นตอนนี้ คือ เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจของครัวเรือนให้สามารถยืนหยัดได้ด้วยตนเองอย่างทั้งในด้านรายได้ การใช้จ่าย การออม และการลงทุน โดยดำเนินการตามลำดับดังนี้ (1) การวางแผนการใช้จ่าย โดยครัวเรือนกำหนดทิศทางการใช้เงินอย่างมีเป้าหมาย จัดลำดับความสำคัญของรายจ่าย แยกแยะระหว่างความจำเป็นและความต้องการ ทั้งนี้การวางแผนจะต้องสอดคล้องกับรายได้ที่เเท้จริง (2) การออม โดยครัวเรือนออมเงินเป็นประจำเพื่อสร้างทุนสำรองสำหรับอนาคต เข่น การออมในรูปแบบบัญชีออมทรัพย์ การออมในกองทุนหมู่บ้าน เพื่อเป็นหลักประกันในการดำรงชีพ และเป็นทุนในการทำธุรกิจต่อไป (3) การลงทุนอย่างเหมาะสม เช่น การลงทุนในการอบรมพัฒนาทักษะหรือการลงทุนซื้อเครื่องมือที่ทันสมัยในการสร้างสรรค์หัตถศิลป์พื้นบ้าน (4) การถ่ายทอดความรู้ทางการเงินแก่สมาชิกครอบครัว เพื่อให้สมาชิกครัวเรือนมีภูมิคุ้มกันทางการเงินร่วมกัน และสามารถร่วมกันตัดสินใจได้อย่างมีเหตุผลและสติ

เมื่อสำรวจสภาพปัญหาและความต้องการในการพัฒนาหัตถศิลป์พื้นบ้านและสำรวจสภาพปัญหาเศรษฐกิจครัวเรือนเเล้ว ลำดับต่อมา ใช้ C – A – M Model เป็นกรอบในออกแบบแผนปฏิบัติการเพื่อพัฒนาหัตถศิลป์พื้นบ้านเพื่อยกระดับเศรษฐกิจครัวเรือนแบบพึ่งพาตนเองตามแนวพุทธ ต่อมา นำแผนปฏิบัติการลงสู่การปฏิบัติ

  1. ปลายน้ำ เมื่อดำเนินการพัฒนาตามแผนปฏิบัติการแล้วเสร็จ ภายใต้หลักคิดที่ว่า “พวกเราต้องช่วยกันเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น (Collective collaboration is essential to enhancing quality of life)” ย่อมส่งผลให้ชาวบ้านในชุมชนมีอาชีพ มีรายได้มีความมั่นคงทางเศรษฐกิจครัวเรือน และสามารถพึ่งพาตนเองตามแนวพุทธได้อย่างยั่งยืน

เงื่อนไขการพัฒนาโดยใช้กระบวนการข้างต้น มี 3 ประการ ได้แก่ (1) กำหนดขอบเขตพื้นที่ให้ชัดเจน (2) จัดเวทีชุมชนเพื่อขอความร่วมมือจากผู้นำชุมชนและชาวบ้าน (3) ขับเคลื่อนการพัฒนาพร้อมกับกำกับติดตามอย่างต่อเนื่องเพื่อบรรลุความสำเร็จ

 

 

 

 

 

 

จำนวนเข้าชม : 442 ครั้ง
ดาวน์โหลดเอกสารผลงาน
ห้องวิจัยพุทธศาสตร์อัจฉริยะ BRL: Buddhist Research LAB
Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.