จังหวัดนครสวรรค์ เป็นจังหวัดที่ตั้งอยู่ระหว่างภาคเหนือตอนล่างและภาคกลางตอนบน มีพื้นที่ประมาณ 9,597 ตารางกิโลเมตร ถือว่าเป็นเมืองใหญ่อันดับ 2 ของภาคเหนือรองจากจังหวัดเชียงใหม่ ปัจจุบันมีประชากรทั้งสิ้น 1,059,887 คน[1] มีประชากรสูงวัยตั้งแต่อายุ 60 ปีขึ้นไปจำนวน 209,688 คน คิดเป็นร้อยละ 19.78 และสูงเป็นอันดับที่ 15 ของประเทศ[2] ซึ่งมากกว่าค่าเฉลี่ยของผู้สูงวัยทั้งประเทศที่มีเพียงร้อยละ 19.20[3] เมื่อพิจารณาโครงสร้างประชากรที่มีสัญชาติไทยและมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านตามกลุ่มอายุในปี พ.ศ.๒๕๖๒ พบว่า มีประชากรอายุ ๐-๑๔ ปี มีจำนวน ๑๕๙,๙๙๑ คน คิดเป็นร้อยละ ๑๕.๔๑ อายุ ๑๕-๖๐ ปีจำนวน ๖๘๒,๕๖๗ คน หรือร้อยละ ๖๕.๗๗ อายุ ๖๑ ปีขึ้นไปจำนวน ๑๙๕,๒๑๑ คน คิดเป็นร้อยละ ๑๘.๘๑[4] ซึ่งจะพบว่าประชากรวัยเด็กและแรงงานลดลงขณะที่ประชากรผู้สูงวัยกลับมีทิศทางที่เพิ่มสูงขึ้น[5] ทำให้สถานการณ์โครงสร้างและสัดส่วนประชากรของจังหวัดนครสวรรค์กลายเป็นสังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ ทั้งนี้เพราะมีประชากรที่อายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไปสูงกว่าร้อยละ 24 และจากสภาวการณ์เพิ่มสูงขึ้นของผู้สูงวัยย่อมหมายถึงการเพิ่มขึ้นของภาระของรัฐ สังคม ชุมชน และครอบครัว ในการดูแล รักษาสุขภาพ ค่าใช้จ่ายในการยังชีพ และดูแลทั้งในด้านสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัย คุณภาพชีวิตของผู้สูงวัยที่ระดับจะสูงขึ้นเรื่อย ๆ ส่งผลให้การได้รับสวัสดิการสังคมที่รัฐเป็นผู้จัดให้และการจัดสวัสดิการสังคมที่ประชาชนในท้องถิ่นเป็นผู้จัดให้[6]
ในการรองรับกับความเป็นสังคมสูงวัยของจังหวัดนครสวรรค์ที่ผ่านมาได้มีการจัดสมัชชาสุขภาพจังหวัดนครสวรรค์เมื่อปี พ.ศ.2558 โดยบรรจุระเบียบวาระเรื่อง “การเตรียมความพร้อมประชากรก่อนวัยสูงวัยและการขับเคลื่อนเครือข่ายผู้สูงวัยแบบบูรณาการ” ขึ้นในการจัดสมัชชาสุขภาพจังหวัดและสมาชิกสมัชชาสุขภาพจังหวัดนครสวรรค์ได้มีฉันทมติร่วมกันรวม 10 ข้อ โดยในข้อที่ 4 มีมติว่า “ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นร่วมกับฝ่ายปกครองท้องที่ (กำนัน ผู้ใหญ่บ้านและกรรมการหมู่บ้าน) ร่วมกับกลไกต่าง ๆ อาทิ สาขาสมาคมผู้สูงวัยแห่งประเทศไทยฯ ประจำจังหวัด ภาคเอกชน และกลุ่มจิตอาสา ซึ่งมีหน้าที่ขับเคลื่อนการดำเนินงานผู้สูงวัยระดับท้องถิ่น เพื่อจัดตั้งคณะกรรมการพัฒนาระบบ สร้างกลไก การเตรียมความพร้อมก่อนวัยสูงวัยและขับเคลื่อนเครือข่ายในการดูแลคุณภาพชีวิตผู้สูงวัย โดยการสนับสนุนจากองค์กรภาครัฐและเอกชนทุกภาคส่วนในรูปแบบบูรณาการอย่างใกล้ชิดไม่แยกส่วนจากกัน และให้กำหนดเป็นข้อบังคับขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการดูแลผู้สูงวัยแบบองค์รวม โดยมีมาตรการหรือกติกาทางสังคมและหรือกำหนดธรรมนูญสุขภาพร่วมกันของคนในชุมชน”[7] และในการขับเคลื่อนเชิงรูปธรรมของมติสมัชชาสุขภาพจังหวัดนครสวรรค์นั้น ที่ผ่านมามีการจัดทำธรรมนูญสุขภาพผู้สูงวัยตำบลเขาทอง อำเภอพยุหะคีรี จังหวัดนครสวรรค์ และประกาศใช้ไปแล้วเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2558 โดยมีสาระจำแนกเป็น 6 หมวด รวม 32 ข้อ ครอบคลุมทุกมิติตามข้อเสนอของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ คือ การสร้างสุขภาวะด้านเศรษฐกิจและรายได้ ด้านสุขภาพ ด้านสังคม ด้านสภาพแวดล้อม รวมถึงการเดินทาง[8]
ขณะเดียวกันในพื้นที่อื่นหรือตำบลอื่นในการเตรียมความพร้อมประชากรก่อนวัยสูงวัยและการขับเคลื่อนเครือข่ายผู้สูงวัยแบบบูรณาการที่จะเป็นมาตรการนำไปสู่ “การคุ้มครองทางสังคมเพื่อรองรับสังคมสูงวัยระดับตำบล” กลับยังไม่เกิดการขับเคลื่อนและพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรมเท่าที่ควร ประกอบกับจังหวัดนครสวรรค์ ณ ปัจจุบันกลายเป็นจังหวัดที่มีสัดส่วนผู้สูงวัยสูงกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศ ฉะนั้นการที่จะพัฒนาจังหวัดให้สอดคล้องกับแผนผู้สูงวัยแห่งชาติ ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2545–2565) ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 1 พ.ศ.2552 ที่ได้วางวิสัยทัศน์ของแผนไว้ว่า “ผู้สูงวัยเป็นหลักชัยของสังคม” นั้น ทุกองค์กรภาคีเครือข่ายในพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์ควรจะต้องหันมาร่วมกันขับเคลื่อนและพัฒนาในหลากหลายกิจกรรมและโครงการในระดับตำบลอย่างเป็นระบบ ทั้งนี้เพื่อให้เกิดการคุ้มครองและดูแลผู้สูงวัยให้ครอบคลุมทั้ง 4 มิติ คือ ด้านเศรษฐกิจ สังคม สุขภาพ และสิ่งแวดล้อม ตามที่สภาปฏิรูปแห่งชาติได้ออกแบบไว้ และแผนงานวิจัย “การคุ้มครองทางสังคมเพื่อรองรับสังคมสูงวัยระดับตำบล” จึงได้มุ่งเน้นที่จะทำให้เกิดการพัฒนาระบบการออมชุมชนวิถีพุทธ การพัฒนาสิ่งแวดล้อมวิถีพุทธ การพัฒนานักบริบาลชุมชนวิถีพุทธ และพัฒนาธรรมนูญความสุขชุมชนวิถีพุทธกับการรองรับสังคมสูงวัยระดับตำบล ซึ่งคณะผู้วิจัยจึงเห็นว่าถึงเวลาแล้วที่ทุกคนทุกฝ่ายจะต้องหันมาร่วมมือกันพัฒนาระบบและกลไกทางสังคมโดยเฉพาะในหน่อยย่อยระดับตำบลมาเป็นฐานในการคุ้มครองทางสังคมเพื่อรองรับสังคมสูงวัยระดับตำบลในจังหวัดนครสวรรค์
ppt การคุ้มครองทางสังคมวิถีพุทธ[1] ประกาศสำนักทะเบียนกลาง, ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 137 ตอนพิเศษ 24 ง 30 มกราคม 2563, ประกาศ ณ วันที่8 มกราคม พ.ศ. 2563. เข้าถึงได้จาก: http://http://www.ratchakitcha.soc.go.th /DATA/PDF/2563/E/024/T_0017.PDF pdf. [23 กันยายน 2563]
[2] สำนักงานสถิติจังหวัดนครสวรรค์, ข้อมูลสถิติจำนวนประชากร จำแนกรายอายุ เพศ และเขตการปกครอง จังหวัดนครสวรรค์ พ.ศ.2562. เข้าถึงได้จาก: http://http://nksawan.nso.go.th/ index. php? option=com_content&view=article&id=258:50-01-5447&catid=105:2012-01-09-07-07-49 &Itemid=510. [23 กันยายน 2563]
[3] สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560 – 2564), อ้างแล้ว.
[4] กรมกิจการผู้สูงอายุ, “สถิติผู้สูงอายุของประเทศไทย 77 ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2562”, เข้าถึงได้จาก https://www.dop.go.th/th/know/side/1/1/275 [2 ตุลาคม 2563]
[5] สำนักงานจังหวัดนครสวรรค์ กลุ่มงานยุทธศาสตร์และข้อมูลเพื่อการพัฒนาจังหวัด, “ข้อมูลสำคัญจังหวัดนครสวรรค์ ประจำปี ๒๕๖๓”. (อัดสำเนา).
[6] พิสิษฐ์ จอมบุญเรือง, “แนวทางการพัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุเพื่อการพึ่งพาตนเองในจังหวัดนครสวรรค์”, วารสารวิชาการและวิจัยสังคมศาสตร์, ปที่ 8 ฉบับที่ 24 (กันยายน-ธันวาคม 2556): 15-28.
[7] คณะกรรมการสมัชชาสุขภาพจังหวัดนครสวรรค์, เอกสารหลัก/มติโครงการพัฒนานโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพแบบมีส่วนร่วม จังหวัดนครสวรรค์ พ.ศ. 2558. (นครสวรรค์ : ร้านไอปรินท์, 2558). หน้า 28.
[8] วิสุทธิ บุญญะโสภิต, บทเรียนการจัดทำธรรมนูญสุขภาพผู้สูงอายุตำบลเขาทอง อำเภอพยุหะคีรี จังหวัดนครสวรรค์, เอกสารโรเนียวเย็บเล่ม, หน้า 64.