นวัตกรรมเชิงพุทธในการสร้างกิจกรรมฝึกสมาธิ และแก้ปัญหาการบูลลี่  สำหรับเด็กและเยาวชน

นวัตกรรมเชิงพุทธในการสร้างกิจกรรมฝึกสมาธิ และแก้ปัญหาการบูลลี่ สำหรับเด็กและเยาวชน


ผู้วิจัย: พระมหาณรงค์ศักดิ์ สุทนฺโต, ดร. และคณะ
สังกัด: วิทยาลัยสงฆ์พุทธปัญญาศรีทวารวดี
อีเมล: narongsag@gmail.com
แหล่งทุน: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
ที่มา: รายงานการวิจัย เรื่อง นวัตกรรมเชิงพุทธในการสร้างกิจกรรมฝึกสมาธิ และแก้ปัญหาการบูลลี่ สำหรับเด็กและเยาวชน ได้รับทุนอุดหนุนการวิจัยจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย งบประมาณสนับสนุนงานมูลฐาน (Fundamental Fund) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 จากกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม MCU RS 800768025

องค์ความรู้

องค์ความรู้จากการวิจัย เรื่อง “นวัตกรรมเชิงพุทธในการสร้างกิจกรรมฝึกสมาธิเพื่อแก้ปัญหาการบูลลี่สำหรับเด็กและเยาวชน” โดยแบ่งเป็นลำดับขั้นของการดำเนินงานและผลสัมฤทธิ์ ดังนี้

  1. การศึกษาสภาพปัญหาและการวิเคราะห์บริบทเริ่มต้น การวิจัยนี้เริ่มต้นจากการกำหนดขอบเขตในการศึกษาสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นจริงเกี่ยวกับการบูลลี่ (Bullying) หรือการกลั่นแกล้งกันในกลุ่มเด็กและเยาวชน โดยการศึกษาปัญหาการโดนบูลลี่ที่เกิดขึ้นภายในโรงเรียนในปัจจุบัน ผู้วิจัยได้ดำเนินการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลในรูปแบบเชิงปริมาณ เพื่อให้เห็นภาพรวมและระดับความรุนแรงของสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นจริง นำมาเป็นฐานข้อมูลสำคัญในการนำไปสู่การออกแบบวิธีการแก้ไขปัญหา
  2. การพัฒนานวัตกรรมและกิจกรรมเชิงพุทธ หลังจากทราบสภาพปัญหา ผู้วิจัยได้ดำเนินการพัฒนานวัตกรรมเชิงพุทธเพื่อนำมาใช้แก้ปัญหาดังกล่าว โดยกระบวนการนี้ได้มีการนำไปสู่การสร้างคู่มือและหลักการสร้างกิจกรรมฝึกสมาธิสำหรับเด็กและเยาวชนโดยเฉพาะ โดยจากการประเมินผลการพัฒนากิจกรรมฝึกสมาธิและการแก้ปัญหาการบูลลี่ในภาพรวม พบว่าอยู่ในระดับ มาก โดยมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.84 และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.835 ซึ่งตัวเลขทางสถิตินี้ชี้ให้เห็นว่ารูปแบบกิจกรรมที่พัฒนาขึ้นอยู่ในเกณฑ์ที่ดีและมีความพร้อมที่จะนำไปขับเคลื่อนหรือดำเนินการต่อได้ ในส่วนของความรู้สึกของผู้เข้าร่วมที่มีต่อการฝึกสมาธิและการแก้ปัญหาการบูลลี่นั้น ภาพรวมอยู่ในระดับ มาก เช่นกัน ค่าเฉลี่ย 3.85, ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน 0.813 ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่านวัตกรรมนี้สามารถช่วยแก้ปัญหาความเครียดในจิตใจได้ในเบื้องต้น และทำให้ผู้เรียนรู้วิธีการฝึกสมาธิได้ด้วยตนเอง
  3. องค์ประกอบของกิจกรรมการเรียนรู้ ชุดกิจกรรมที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันทางใจและแก้ไขปัญหาการบูลลี่ ประกอบด้วยสาระสำคัญ 4 ด้าน ดังนี้
  • กิจกรรมที่ 1 การจัดการอารมณ์ กิจกรรมนี้ให้ความรู้เกี่ยวกับวิธีการฝึกสมาธิเพื่อการจัดการอารมณ์ โดยจะฝึกฝนทักษะในการสร้างพลังบวกและการยับยั้งอารมณ์เชิงลบ โดยการฝึกการหายใจลึก ๆ การทำสมาธิเพื่อการควบคุมความรู้สึก เช่น ความเครียด ความโกรธ และความวิตกกังวล เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความรู้สึกเหล่านี้จากการกระทำหรือการตัดสินใจในสถานการณ์ต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน
  • กิจกรรมที่ 2 การสร้างคุณค่าในตนเอง กิจกรรมนี้มุ่งเน้นการฝึกสมาธิเพื่อสร้างความรู้สึกมีคุณค่าในตนเอง ผ่านกระบวนการฝึกคิดบวกและการยอมรับในความดีงามของตนเอง การฝึกสมาธินี้จะช่วยให้ผู้เข้าร่วมมีความเชื่อมั่นในตัวเองมากขึ้น และสามารถมองเห็นข้อดีและศักยภาพของตนในแง่บวก ส่งผลให้มีความสุขในชีวิตมากยิ่งขึ้น
  • กิจกรรมที่ 3 การสร้างความเข้มแข็งทางใจ ในกิจกรรมนี้จะมีการบูรณาการวิธีการต่าง ๆ เข้าด้วยกัน การฟังเพลงเพื่อช่วยให้จิตใจสงบ การฝึกการตัดสินใจในชีวิตประจำวันเพื่อพัฒนาความมั่นใจ การเล่นเกมเพื่อฝึกทักษะสมาธิ และการเรียนรู้ที่สามารถช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็งทางจิตใจ โดยทั้งหมดจะช่วยให้สามารถรับมือกับปัญหาหรือสถานการณ์ที่ท้าทายในชีวิตได้อย่างมีสติ
  • กิจกรรมที่ 4 การสร้างกัลยาณมิตร กิจกรรมนี้จะให้ความรู้เกี่ยวกับการสร้างมิตรแท้ หรือกัลยาณมิตร โดยการใช้สมาธิเป็นเครื่องมือในการสร้างความสัมพันธ์ที่ดี การฝึกสมาธิจะช่วยให้สามารถสื่อสารกับผู้อื่นด้วยความเคารพ และเข้าใจในความต้องการและความรู้สึกของผู้อื่น โดยการนำหลักกัลยาณมิตรธรรมมาประยุกต์ใช้ร่วมกับการพัฒนาความแข็งแกร่งทางจิตใจเพื่อให้เกิดความสัมพันธ์ที่ดี
  1. การบูรณาการหลักธรรมและกระบวนการปฏิบัติ

กรอบแนวคิดหลักของการวิจัยได้สังเคราะห์องค์ความรู้เป็นแผนภาพที่เชื่อมโยงนวัตกรรมเข้ากับวิถีปฏิบัติ โดยมีจุดเน้นสำคัญคือ

  • 1) การบูรณาการจิต ปัญญา สังคม การฝึกสมาธิถูกนำมาเชื่อมกับด้านจิตใจ ปัญญา และสังคม โดยมุ่งให้เด็กสามารถจดจ่อกับกิจกรรมต่าง ๆ การมีสมาธิช่วยพัฒนาให้เด็กมีความสามารถในการเรียนรู้และสื่อสารกับผู้อื่นได้ดีขึ้น ส่งผลให้มีพฤติกรรมที่ดีในสังคมและปรับตัวได้ดีในสถานการณ์ต่าง ๆ
  • 2) การพัฒนาจิตใจและอารมณ์ คือ การฝึกสมาธิเพื่อเสริมสร้างจิตใจที่ดีและการจัดการอารมณ์ การฝึกสมาธิช่วยให้เด็กสามารถควบคุมและจัดการกับความคิดและอารมณ์ต่าง ๆ ได้อย่างมีสติ ทำให้จิตใจและอารมณ์มีความแข็งแกร่ง สามารถรับมือกับความเครียดและความวิตกกังวลในชีวิตประจำวันได้ดีขึ้น
  • 3) การปฏิบัติธรรมผ่านการเคลื่อนไหว การใช้การเดินจงกรมด้วยหลักภาวนา 4 เป็นเครื่องมือในการพัฒนาจิตใจ โดยการฝึกให้ผู้ปฏิบัติมีสติรู้ตัวอยู่เสมอและสามารถฝึกสมาธิไปพร้อมกับการเคลื่อนไหวร่างกาย ทำให้จิตใจมั่นคงและสามารถต่อสู้กับความคิดหรืออารมณ์ที่ไม่พึงประสงค์ได้
  • 4) จิตอาสาและการเข้าสังคม กิจกรรมจิตอาสาถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการฝึกการเข้าสังคมและการทำงานร่วมกันในชุมชน โดยมีการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างบุคคลและฝึกการทำงานร่วมกันในกลุ่ม ช่วยเสริมสร้างความรับผิดชอบและการมีส่วนร่วมในสังคม
  1. การประเมินผลสัมฤทธิ์เชิงประจักษ์

ในขั้นตอนสุดท้ายของการวิจัย ได้มีการประเมินพฤติกรรมการแก้ปัญหาการบูลลี่ โดยใช้วิธีการทดสอบเปรียบเทียบผลก่อนและหลังการเข้าร่วมกิจกรรม (Pre-test and Post-test) ผลการวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติแสดงให้เห็นพัฒนาการที่ชัดเจน ดังนี้

ช่วงเวลา ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
ก่อนการเข้าร่วมกิจกรรม 2.69 0.407
หลังการเข้าร่วมกิจกรรม 4.56 0.166

ความแตกต่างของค่าเฉลี่ยนี้ทำให้เห็นถึงประสิทธิผลของนวัตกรรมเชิงพุทธที่พัฒนาขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แสดงให้เห็นว่าการดำเนินกิจกรรมได้รับความร่วมมือจากนักเรียนเป็นอย่างดี และสามารถยกระดับพฤติกรรมหรือทักษะในการรับมือกับปัญหาการบูลลี่ได้จริงตามวัตถุประสงค์ของการวิจัย

จำนวนเข้าชม : 18 ครั้ง
ดาวน์โหลดเอกสารผลงาน
ห้องวิจัยพุทธศาสตร์อัจฉริยะ BRL: Buddhist Research LAB
Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.