การพัฒนาศูนย์พุทธจิตวิทยาสำหรับเยาวชนด้วยกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์อำเภอหนองบัวแดง จังหวัดชัยภูมิ

การพัฒนาศูนย์พุทธจิตวิทยาสำหรับเยาวชนด้วยกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์อำเภอหนองบัวแดง จังหวัดชัยภูมิ


ผู้วิจัย: ผศ.ดร.ปรธภร ปุระกัน, ดร.มนัสพล ยังทะเล, พระครูภัทรจิตตาภรณ์, ดร.
สังกัด: วิทยาลัยสงฆ์ชัยภูมิ และวิทยาเขตนครราชสีมา
อีเมล: Pol25666@gmail.com
แหล่งทุน: สกสว.
ที่มา: สถาบันวิจัยพุทธศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

องค์ความรู้

การพัฒนาศูนย์พุทธจิตวิทยาสำหรับเยาวชนด้วยกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ในอำเภอหนองบัวแดง จังหวัดชัยภูมิ เป็นกระบวนการวิจัยที่มุ่งบูรณาการหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาเข้ากับแนวคิดทางจิตวิทยาสมัยใหม่ เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันทางจิตใจให้แก่เยาวชนในบริบทสังคมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ผลการวิจัยได้นำไปสู่การค้นพบองค์ความรู้ใหม่ที่มีคุณค่าในเชิงทฤษฎีและการปฏิบัติ ซึ่งสามารถอธิบายได้ในหลายมิติ ดังนี้

1.องค์ความรู้ใหม่ด้านการบูรณาการพุทธธรรมกับจิตวิทยาพัฒนาการ พบว่า การนำหลักธรรมสำคัญ เช่น สติ (mindfulness) สมาธิ (concentration) และปัญญา (wisdom) มาประยุกต์ใช้ร่วมกับแนวคิดจิตวิทยาพัฒนาการ สามารถช่วยส่งเสริมการเติบโตทางอารมณ์และสังคมของเยาวชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในช่วงวัยรุ่นซึ่งเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของชีวิต เยาวชนที่เข้าร่วมกิจกรรมในศูนย์มีแนวโน้มในการรู้จักตนเองมากขึ้น ควบคุมอารมณ์ได้ดีขึ้น และมีทักษะในการตัดสินใจอย่างมีเหตุผล

2.การค้นพบเกี่ยวกับกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ในฐานะเครื่องมือทางจิตวิทยางานวิจัยพบว่า กิจกรรม เช่น การวาดภาพ การเขียนสะท้อนความคิด การแสดงบทบาทสมมติ และการทำงานกลุ่มเชิงสร้างสรรค์ เป็นสื่อกลางที่ช่วยให้เยาวชนสามารถแสดงออกถึงความรู้สึกภายในได้อย่างปลอดภัยและเป็นธรรมชาติ เมื่อผสานกับการฝึกสติและการสะท้อนคิดตามหลักพุทธจิตวิทยา กิจกรรมเหล่านี้ช่วยให้เยาวชนเกิดการเรียนรู้เชิงลึก (deep learning) เกี่ยวกับตนเองและผู้อื่น ซึ่งเป็นองค์ความรู้ใหม่ที่ชี้ให้เห็นถึงพลังของศิลปะกับธรรมะในการพัฒนาจิตใจ

3.องค์ความรู้ใหม่ด้านรูปแบบศูนย์พุทธจิตวิทยาเชิงพื้นที่ชุมชนการวิจัยพบว่า ศูนย์ที่มีลักษณะเปิด เชื่อมโยงกับวัด โรงเรียน และครอบครัว สามารถสร้างเครือข่ายการเรียนรู้ที่ยั่งยืนได้ การมีพระสงฆ์ นักจิตวิทยา ครู และผู้นำชุมชนเข้ามามีส่วนร่วม ทำให้เกิดการถ่ายทอดองค์ความรู้แบบพหุภาคี (multi-sectoral integration) ซึ่งช่วยให้การพัฒนาเยาวชนไม่เป็นหน้าที่ของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่เป็นความร่วมมือของทั้งชุมชน

4.การค้นพบเกี่ยวกับกระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม (participatory learning process) งานวิจัยชี้ให้เห็นว่า เยาวชนไม่ได้เป็นเพียงผู้รับความรู้ แต่สามารถเป็นผู้สร้างความรู้ได้ด้วยตนเอง ผ่านกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การตั้งคำถาม และการสะท้อนประสบการณ์ของตนเอง กระบวนการนี้สอดคล้องกับหลักโยนิโสมนสิการ (การคิดอย่างแยบคาย) ในพระพุทธศาสนา ซึ่งช่วยพัฒนาทักษะการคิดเชิงวิพากษ์ (critical thinking) และการเข้าใจชีวิตอย่างลึกซึ้ง

5.องค์ความรู้ใหม่ด้านการสร้างภูมิคุ้มกันทางจิตใจ (psychological resilience) พบว่า การฝึกสติและการเรียนรู้ผ่านกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์สามารถช่วยลดความเครียด ความวิตกกังวล และพฤติกรรมเสี่ยงในเยาวชนได้อย่างมีนัยสำคัญ เยาวชนมีความสามารถในการเผชิญปัญหาและปรับตัวได้ดีขึ้น โดยเฉพาะในบริบทของสังคมชนบทที่มีการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรม

6.การค้นพบเชิงนวัตกรรมรูปแบบกิจกรรม 3 ระยะ ได้แก่ (1) ระยะเปิดใจ (engagement) (2) ระยะพัฒนา (development) (3) ระยะบูรณาการ (integration) ซึ่งเป็นโครงสร้างกิจกรรมที่ช่วยให้เยาวชนค่อย ๆ เปิดรับประสบการณ์ เรียนรู้ทักษะใหม่ และนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง รูปแบบนี้เป็นองค์ความรู้ใหม่ที่สามารถนำไปปรับใช้ในบริบทอื่นได้

7.การค้นพบเกี่ยวกับอัตลักษณ์เยาวชนเชิงพุทธ (Buddhist youth identity) งานวิจัยพบว่า เยาวชนที่ผ่านกระบวนการเรียนรู้ในศูนย์มีแนวโน้มในการพัฒนาคุณลักษณะ เช่น ความเมตตา ความรับผิดชอบ และการมีจิตสาธารณะ ซึ่งสะท้อนถึงการสร้างอัตลักษณ์ที่มีรากฐานทางคุณธรรม อันเป็นเป้าหมายสำคัญของการพัฒนามนุษย์ในระยะยาว

ดังนั้นองค์ความรู้ใหม่จากการวิจัยครั้งนี้ไม่เพียงแต่เสนอรูปแบบการพัฒนาศูนย์พุทธจิตวิทยาสำหรับเยาวชนเท่านั้น แต่ยังชี้ให้เห็นถึงแนวทางการบูรณาการศาสตร์ต่าง ๆ อย่างเป็นระบบ เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกในระดับบุคคลและชุมชน องค์ความรู้ดังกล่าวสามารถนำไปขยายผลในพื้นที่อื่น และเป็นฐานในการพัฒนานโยบายด้านเยาวชนในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

 

จำนวนเข้าชม : 17 ครั้ง
ดาวน์โหลดเอกสารผลงาน
ห้องวิจัยพุทธศาสตร์อัจฉริยะ BRL: Buddhist Research LAB
Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.